วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การบิน




ประวัติการบินของโลก


เมื่อ 220 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2326) มนุษย์ได้เริ่มทดลองใช้บอลลูนเป็นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศสเพื่อการเดินทางไปในอากาศ พร้อมกับฝันว่าสักวันหนึ่งมนุษย์จะสามารถประดิษฐ์เครื่องจักรที่หนักกว่าอากาศที่สามารถเคลื่อนที่ไปในอากาศโดยมีการควบคุมทิศทางได้ ความฝันดังกล่าวเริ่มเป็นจริงเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2446 หรือเมื่อ 100 ปีที่แล้ว เมื่อพี่น้องตระกูล Wright ในรัฐนอร์ธคาโรไลนา สหรัฐอเมริกา ได้ทดลองบังคับเครื่องจักรที่มีเครื่องยนต์ 4 สูบ ที่ต่อมาเรียกว่า “เครื่องบิน” ให้เคลื่อนตัวลอยอยู่ในอากาศได้ 12 วินาที และเคลื่อนที่ไปได้ระยะทาง 30 เมตร เครื่องบินเครื่องแรกที่ประดิษฐ์ขึ้นนี้ สามารถบินได้ด้วยความเร็ว 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นเป็นต้นมามนุษย์ได้พัฒนาเครื่องบินให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น บินได้รวดเร็วขึ้น และบรรทุกสัมภาระได้หนักมากขึ้น ตลอดจนพร้อมที่จะใช้งานได้ในทุกรูปแบบทั้งยามสงครามและยามสงบ ปัจจุบันเครื่องบินพาณิชย์ที่เคยใช้งานสามารถบินได้ด้วยความเร็วถึง 2,180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าความเร็วเสียงประมาณ 2 เท่า และเครื่องบินจารกรรมทางทหารสามารถบินได้ด้วยความเร็วระดับ 3,500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้การเดินทางของผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าเพื่อการพาณิชย์ในปัจจุบันสามารถจะไปถึงทุกบริเวณในโลกในเวลาเพียง 1 วัน (ระยะที่จะเดินทางไกลที่สุดคือครึ่งเส้นรอบวงของผิวโลกซึ่งยาวประมาณ 20,000 กิโลเมตร) นับเป็นการปฏิวัติวิถีชีวิตการเดินทางของมนุษย์ที่ดำรงอยู่ในโลกนับแสนปีลงอย่างสิ้นเชิงด้วยการพัฒนาในช่วงเวลาเพียงหนึ่งร้อยปี และเครื่องบินได้มีส่วนอย่างสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีชายฝั่งทะเล ซึ่งสามารถใช้เรือเดินทะเลไปทั่วโลกได้สะดวกหรือประเทศที่เป็นขุนเขาอยู่ตอนในของทวีป ซึ่งจะเดินทางสู่ภายนอกประเทศได้เฉพาะทางอากาศ สถิติปัจจุบันพบว่าในปีหนึ่งๆ จะมีผู้โดยสารเครื่องบินทั่วโลกกว่า 1,300 ล้านคน

เมื่อเริ่มแรกที่มนุษย์ประดิษฐ์เครื่องบินนั้น ในช่วงแรกมนุษย์ยังไม่แน่ใจนักว่าจะใช้ประโยชน์ของเครื่องบินได้มากน้อยเพียงไร (เช่นเดียวกับมนุษย์ประดิษฐ์เครื่องคำนวณด้วยไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์ โดยช่วงแรกก็ยังไม่แน่ใจว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้มากน้อยเพียงไรเช่นกัน) จนกระทั่งปี พ.ศ. 2470 หรือ 24 ปีหลังจากมนุษย์ประดิษฐ์เครื่องบิน อังกฤษจึงเป็นชาติแรกที่ใช้เครื่องบินเพื่อการพาณิชย์ โดยบินจากลอนดอนไปไคโร อัฟริกาใต้ และอินเดีย ส่วนใหญ่จะเป็นการรับส่งไปรษณียภัณฑ์ โดยมีความเร็วเครื่องบิน 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อมา พ.ศ. 2479 เริ่มพัฒนาการมากขึ้น โดยใช้เครื่องบิน DC-3 มี 32 ที่นั่ง และมีพนักงานโฮสเตสบริการบนเครื่องบินโดยโฮสเตสจะแต่งชุดพยาบาลสีขาว พัฒนาการได้ดำเนินมาโดยลำดับ โดยมีการนำเครื่องบินไอพ่นมาใช้งานแทนเครื่องบินใบพัด จนกระทั่งใน พ.ศ. 2512 อังกฤษ และฝรั่งเศสได้ร่วมกันนำเครื่องบินคองคอร์ด ซึ่งมีความเร็วสูงกว่าเสียงประมาณ 2 เท่ามาให้บริการเป็นครั้งแรก และเพิ่งหยุดให้บริการเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2546 นี้เอง เนื่องจากเครื่องบินคองคอร์ดไม่ทำกำไรในเชิงพาณิชย์ เพราะมีต้นทุนบริการที่สูงกว่าเครื่องบินทั่วไปมาก

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ความเป็นมาของการบิน


หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 กรมไปรษณีย์โทรเลขได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้ทำหน้าที่ให้บริการ ควบคุมจราจรทางอากาศ และสื่อสารการบิน จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เกิดขึ้นทางทวีปเอเชีย ส่งผลให้ อากาศยานพลเรือนไม่อาจทำการบินจึงต้องเลิกกิจการลง
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง การประกอบธุรกิจการบินระหว่างประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้น บริษัท Aeronautical Radio Inc. (ARINC) จากสหรัฐอเมริกา บริษัท International Aeradio Ltd. (IAL) จากอังกฤษ และสายการบินต่างๆที่ทำการบินมายังประเทศไทย ได้ร่วมกันขออนุมัติรัฐบาลไทยจัดตั้งบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด AERONAUTICAL RADIO OF SIAM LTD. เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2491 เพื่อดำเนินกิจการบริการควบคุมจราจรทางอากาศ และสื่อสารการบินตามมาตรฐาน และข้อเสนอแนะขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization) ภายใต้สัญญาที่ได้รับจากรัฐบาลไทย
จนกระทั่งต่อมารัฐบาลไทยซึ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของภารกิจวิทยุการบินฯตลอดมาว่า เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงแห่งชาติ และการพัฒนากิจการบิน ประกอบกับมีความพร้อมในทุกๆด้านแล้ว จึงได้รับโอนกิจการเข้ามาดำเนินงานในรูปแบบองค์กรของรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2506 และเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็น AERONAUTICAL RADIO OF THAILAND LTD. หรือ AEROTHAI ในเวลาต่อมายังได้อนุญาตให้สายการบินที่ทำการบินมายังประเทศไทย เป็นประจำ ร่วมเป็นผู้ถือหุ้นกับรัฐบาลด้วย วิทยุการบินฯ จึงได้มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคม ถึงแม้จะดำเนินการในรูปบริษัทจำกัด แต่เนื่องจากมีข้อผูกพันในฐานะที่ปฏิบัติงานในนามรัฐบาล ซึ่งเป็นภาคีสมาชิกของ ICAO และตามข้อตกลงที่มีไว้กับรัฐบาล วิทยุการบินฯ จึงดำเนินการแบบไม่ค้ากำไร ในการให้บริการภาคความปลอดภัย ได้แก่ บริการควบคุมจราจรทางอากาศ และสื่อสารการบินในอาณาเขตประเทศไทย โดยมีเครือข่ายเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ นอกจากนั้นยังมีบริการภาคธุรกิจ คือ บริการเกี่ยวเนื่องกับกิจการบินทั้งใน และต่างประเทศ
จากก้าวแรก..... จนถึงวันนี้