ประวัติการบินของโลก
เมื่อ 220 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2326) มนุษย์ได้เริ่มทดลองใช้บอลลูนเป็นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศสเพื่อการเดินทางไปในอากาศ พร้อมกับฝันว่าสักวันหนึ่งมนุษย์จะสามารถประดิษฐ์เครื่องจักรที่หนักกว่าอากาศที่สามารถเคลื่อนที่ไปในอากาศโดยมีการควบคุมทิศทางได้ ความฝันดังกล่าวเริ่มเป็นจริงเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2446 หรือเมื่อ 100 ปีที่แล้ว เมื่อพี่น้องตระกูล Wright ในรัฐนอร์ธคาโรไลนา สหรัฐอเมริกา ได้ทดลองบังคับเครื่องจักรที่มีเครื่องยนต์ 4 สูบ ที่ต่อมาเรียกว่า “เครื่องบิน” ให้เคลื่อนตัวลอยอยู่ในอากาศได้ 12 วินาที และเคลื่อนที่ไปได้ระยะทาง 30 เมตร เครื่องบินเครื่องแรกที่ประดิษฐ์ขึ้นนี้ สามารถบินได้ด้วยความเร็ว 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นเป็นต้นมามนุษย์ได้พัฒนาเครื่องบินให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น บินได้รวดเร็วขึ้น และบรรทุกสัมภาระได้หนักมากขึ้น ตลอดจนพร้อมที่จะใช้งานได้ในทุกรูปแบบทั้งยามสงครามและยามสงบ ปัจจุบันเครื่องบินพาณิชย์ที่เคยใช้งานสามารถบินได้ด้วยความเร็วถึง 2,180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าความเร็วเสียงประมาณ 2 เท่า และเครื่องบินจารกรรมทางทหารสามารถบินได้ด้วยความเร็วระดับ 3,500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้การเดินทางของผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าเพื่อการพาณิชย์ในปัจจุบันสามารถจะไปถึงทุกบริเวณในโลกในเวลาเพียง 1 วัน (ระยะที่จะเดินทางไกลที่สุดคือครึ่งเส้นรอบวงของผิวโลกซึ่งยาวประมาณ 20,000 กิโลเมตร) นับเป็นการปฏิวัติวิถีชีวิตการเดินทางของมนุษย์ที่ดำรงอยู่ในโลกนับแสนปีลงอย่างสิ้นเชิงด้วยการพัฒนาในช่วงเวลาเพียงหนึ่งร้อยปี และเครื่องบินได้มีส่วนอย่างสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีชายฝั่งทะเล ซึ่งสามารถใช้เรือเดินทะเลไปทั่วโลกได้สะดวกหรือประเทศที่เป็นขุนเขาอยู่ตอนในของทวีป ซึ่งจะเดินทางสู่ภายนอกประเทศได้เฉพาะทางอากาศ สถิติปัจจุบันพบว่าในปีหนึ่งๆ จะมีผู้โดยสารเครื่องบินทั่วโลกกว่า 1,300 ล้านคน
เมื่อเริ่มแรกที่มนุษย์ประดิษฐ์เครื่องบินนั้น ในช่วงแรกมนุษย์ยังไม่แน่ใจนักว่าจะใช้ประโยชน์ของเครื่องบินได้มากน้อยเพียงไร (เช่นเดียวกับมนุษย์ประดิษฐ์เครื่องคำนวณด้วยไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์ โดยช่วงแรกก็ยังไม่แน่ใจว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้มากน้อยเพียงไรเช่นกัน) จนกระทั่งปี พ.ศ. 2470 หรือ 24 ปีหลังจากมนุษย์ประดิษฐ์เครื่องบิน อังกฤษจึงเป็นชาติแรกที่ใช้เครื่องบินเพื่อการพาณิชย์ โดยบินจากลอนดอนไปไคโร อัฟริกาใต้ และอินเดีย ส่วนใหญ่จะเป็นการรับส่งไปรษณียภัณฑ์ โดยมีความเร็วเครื่องบิน 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อมา พ.ศ. 2479 เริ่มพัฒนาการมากขึ้น โดยใช้เครื่องบิน DC-3 มี 32 ที่นั่ง และมีพนักงานโฮสเตสบริการบนเครื่องบินโดยโฮสเตสจะแต่งชุดพยาบาลสีขาว พัฒนาการได้ดำเนินมาโดยลำดับ โดยมีการนำเครื่องบินไอพ่นมาใช้งานแทนเครื่องบินใบพัด จนกระทั่งใน พ.ศ. 2512 อังกฤษ และฝรั่งเศสได้ร่วมกันนำเครื่องบินคองคอร์ด ซึ่งมีความเร็วสูงกว่าเสียงประมาณ 2 เท่ามาให้บริการเป็นครั้งแรก และเพิ่งหยุดให้บริการเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2546 นี้เอง เนื่องจากเครื่องบินคองคอร์ดไม่ทำกำไรในเชิงพาณิชย์ เพราะมีต้นทุนบริการที่สูงกว่าเครื่องบินทั่วไปมาก